- หน้าแรก
- เกี่ยวกับเรา
-
ยางรถ
- ยางรถยนต์ส่วนบุคคล
- ยางรถกระบะ PPV รถตู้
- ยาง 4x4
- ยางรถบรรทุก รถโดยสาร
- ยางรถจักรยานยนต์
- ยางรถจักรยาน
- ยางรถการเกษตร
- ยางใน & ยางรอง
- ยางรถอุตสาหกรรม รถโฟล์คลิฟท์ และเครื่องจักรกลหนัก
- กระทะล้อ & ล้อแม็ก
- ยางรถกอล์ฟ รถสนาม
- โปรโมชั่น
- วิธีการสั่งซื้อและชำระเงิน
- ข่าวสารและกิจกรรม
- สาระน่ารู้
- ติดต่อเรา
- นโยบายการคืนสินค้าและการคืนเงิน
- แค็ตตาล็อก สินค้า
T Tire Autopart
ทำไมยางรถยนต์ถึงมีสีดำ
ทราบหรือไม่ว่าทำไมยางรถยนต์ที่ใช้กันอยู่แพร่หลายถึงต้องเป็นสีดำ ทั้งๆ ที่โดยธรรมชาติแล้ววัตถุดิบหลักอย่างน้ำยางมีสีขาว วันนี้ Sanook Auto มีคำตอบมาฝากกัน
ยางรถยนต์ที่ทำมาจากวัสดุยางถูกประดิษฐ์ขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 1895 หลังจากที่ก่อนหน้านี้ล้อรถยนต์มักทำมาจากวัสดุไม้หรือเหล็ก ซึ่งไม่มีประสิทธิภาพการยึดเกาะถนนได้ดีมากพอเมื่อเทียบกับสมรรถนะของพาหนะที่เพิ่มขึ้นในสมัยนั้น โดยขณะนั้นได้มีการคิดค้นส่วนผสมต่างๆ ลงไปในเนื้อยางเพื่อเพิ่มความแข็งแรง ทนทาน และสามารถกระจายความร้อนได้อย่างทั่วถึง จนกระทั่งมาลงตัวที่ “คาร์บอนแบล็ก” (Carbon Black) ซึ่งเป็นวัตถุดิบทางเคมีที่นำมาใช้อย่างแพร่หลายมาจนถึงปัจจุบัน
การเติมคาร์บอนแบล็กลงในเนื้อยางประมาณ 50% ของปริมาตรทั้งหมดของยาง จะทำให้ยางมีคุณสมบัติทนทานต่อการสึกหรอเพิ่มขึ้นถึง 100 เท่า และมีความต้านทานแรงดึงของยางเพิ่มขึ้น 10 เท่า ซึ่งการเติมคาร์บอนแบล็กดังกล่าวก็ส่งผลให้ยางเปลี่ยนสีเป็นสีดำนั่นเอง
การที่ยางรถยนต์มีสีดำนอกจากจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของยางรถยนต์ให้เหมาะสมกับการใช้งานในยุคปัจจุบันแล้ว ยังช่วยลดโอกาสที่จะเกิดคราบสกปรกได้มากกว่าสีขาว สามารถทำความสะอาดได้ง่ายกว่า และยังช่วยให้รถดูสวยลงตัวมากยิ่งขึ้นด้วย และทั้งหมดนี้จึงเป็นสาเหตุที่ยางรถยนต์ในปัจจุบันล้วนแต่มีสีดำนั่นเองครับ
เรื่องน่าสนใจอื่น ๆ
-
เทคนิคเลือกและดูแลรักษายางรถยนต์ ที่คนรักรถห้ามมองข้าม?
เทคนิคเลือกและดูแลรักษายางรถยนต์ ที่คนรักรถห้ามมองข้ามหลายๆ คนคงมีเหตุผลในการเลื.....
-
6 วิธียืดอายุให้กับยางรถยนต์?
6 วิธียืดอายุให้กับยางรถยนต์นอกจากการดูแลเครื่องยนต์ให้พร้อมทำหน้าที่ พร้อมใช้งา.....
-
รู้หรือไม่ หนวดยางรถยนต์มีไว้ทำอะไร?
รู้หรือไม่ หนวดยางรถยนต์ มีไว้ทำอะไรเวลาที่เราเปลี่ยนยางรถยนต์เส้นใหม่ หลายคนคงส.....